เตรียมตัวไปเที่ยวญี่ปุ่น แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง
เรื่องโดย พงศกร ประทุมวงษ์ | เรียบเรียงโดย Supermod | จากหนังสือ เที่ยวไม่ง้อทัวร์ ตีตั๋วตะลุยญี่ปุ่น 1
อ่านแล้ว 4932 ครั้ง | บุ๊คมาร์คหน้านี้
|
 |
เลือกฤดูกาลให้เหมาะสม
สำหรับฤดูกาลของญี่ปุ่นนั้นแบ่งเป็น 4 ฤดูด้วยกัน คือ
- ฤดูใบไม้ผลิ
เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 14.4 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่เหมาะในการชมดอกไม้ อย่างดอกซากุระ ดอกคามิเลีย และดอกเหมย ฯลฯ
- ฤดูร้อน
เริ่มในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 25.4 องศาเซลเซียส เป็นฤดูกาลในการปลูกข้าวและเล่นดอกไม้ไฟ
- ฤดูใบไม้ร่วง
เริ่มในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 18.2 องศาเซลเซียส เป็นฤดูที่มีลักษณะปลายฝนต้นหนาว ทำให้ต้นไม้มีการผลัดใบ อากาศเย็นสบายและมีเทศกาล
สำคัญอย่างเทสกาลดอกเบญจมาศ
- ฤดูหนาว
เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 5.8 องศาเซลเซียส ช่วงนี้อากาศค่อนข้างหนาว และเป็นช่วงการนับถอยหลังสู่เทศกาลการเฉลิมฉลองที่สำคัญอย่างวัน
ขึ้นปีใหม่ด้วย
สายการบินที่น่าสนใจ
ตามปกติเราสามารถเดินทางไปโตเกียวได้ทั้งบินตรงและบินอ้อม ผ่านสายการบินอย่าง North West, Thai Airway, JAL, Carthay Pacific, Air India ฯลฯ โดยแต่ละเจ้าก็มีเที่ยวบิน
ราคา และโปรโมชันแตกต่างกันไป ซึ่งการบินตรงจะใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง 30 นาที สนนราคาวิ่งเล่นอยู่ที่ 29,000-31,000 บาท หากบินอ้อมไปประเทศอื่นหน่อย จะใช้เวลาเดิน
ทางรวมประมาณ 9-11 ชั่วโมง และราคาอยู่ที่ 21,000-24,000 บาทเท่านั้น ทั้งนี้คงต้องขึ้นอยู่กับตัวคุณเองด้วยว่ามีงบและเวลาขนาดไหน ถ้าให้ผมแนะนำ ผมขอเลือกบินตรงดีกว่า
ครับ ยอมเสียเงินเพิ่มอีกนิดหน่อย แต่ไม่เหนื่อยและมีเวลาเที่ยวเยอะกว่าเดิม
ข้อมูลที่ควรรู้
- วีซ่า
ต้องบอกว่าการขอวีซ่าไปประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่ได้ยากลำบากเลยครับ เพียงแค่คุณเตรียมเอกสารและหลักฐานต่างๆ ที่กำหนดไว้ให้ครบ (www.th.emb-japan.go.jp/th) จากนั้นนำ
ไปยื่นที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น เลขที่ 177 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ชั้น 9 จากนั้นรอรับใบนัดฟังผล เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว ซึ่งงานนี้จะได้วีซ่าหรือไม่ขึ้นอยู่กับ
เอกสารและดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ด้วย
|
 |
- เงินทองต้องรู้
เงินญี่ปุ่นมีค่าเป็นเยน (¥) มีใช้ทั้งเหรียญและธนบัตร โดยเงินเหรียญที่ใช้กันจะมีราคา 1, 5, 10, 50, 100 และ 500 เยน ส่วนธนบัตรมีราคา 1,000, 2,000, 5,000 และ 10,000 เยน
ซึ่งหากอยากได้อัตราแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า ให้คอยหมั่นตรวจสอบค่าเงินเยนในท้องตลาดบ้านเราว่ามีอัตราเท่าไร เพราะค่าเงินเปลี่ยนแปลงทุกวัน หากวันไหนเรตดีให้รีบแลกเลย
(ปกติจะอยู่ระหว่าง 29-33 บาท ต่อ 100 เยน)
- โทรศัพท์
เพื่อลดความยุ่งยากและเพิ่มความประหยัด ผมแนะนำให้หาซื้อบัตรโทรศัพท์ข้ามแดนญี่ปุ่นอย่าง Takara Card (www.thaitelephone.com) หรือ ThookDee
(www.thookdee.com) ที่คิดอัตราค่าบริการนาทีละ 3.1-15 บาท จากเมืองไทยไปเลยดีกว่า ส่วนวิธีการโทร.ก็ง่ายๆ เพียงกดรหัสของผู้ให้บริการ+รหัส Pin No.+รหัสประเทศ+รหัส
เมือง+เบอร์โทรศัพท์+#
- ไฟฟ้า
ญี่ปุ่นนั้นเขาใช้ปลั๊กไฟแบบหัวแบนและแบบ 3 ขาครับ ถ้าอุปกรณ์ไฟฟ้าของคุณไม่ใช่หัวแบบนี้ ควรเตรียมหัวแปลงไว้ด้วย อย่าไปหาเอาจากที่บ้านเขาเลย ผมเจอถูกๆ ก็ร้อยกว่าเย
นเข้าไปแล้ว ส่วนเรื่องกำลังวัตต์ไม่ต้องห่วง เนื่องจากเขาใช้ไฟ 110 โวลต์ ที่ความถี่ 60 เฮิรตซ์ในแถบภาคตะวันตก เช่น เกียวโต, นารา, โอซาก้า ฯลฯ และใช้ไฟความถี่ 50 เฮิรตซ์
ในภูมิภาคอื่น (อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในบ้านเราเกือบทั้งหมดรองรับไฟ 100-240 โวลต์ ที่ความถี่ 50 และ 60 เฮิรตซ์)
|
 |
|
 |
 |
|
 |
| เนื้อหาจาก TIB Publishing |
 |
 |  | ไม่ได้อ่าน ! อย่าซื้อทัวร์ รวบรวมสารพันเรื่องราว ที่เป็นประโยชน์ สำหรับคนที่คิดจะไปทัวร์ เมืองนอกเอาไว้มากมาย อาทิ เทคนิคการเลือกซื้อทัวร์ยังไงไม่ให้ถูกหลอก ลูกเล่นของบริษัททัวร์ การเตรียมตัวก่อน และระหว่างไปเที่ยวเมืองนอก ราคาและค่าใช้จ่ายที่เหมาะกับ แต่ละทริป ฯลฯ ชมรายละเอียดของหนังสือ |
|
 |
| ชมเนื้อหาทั้งหมดจาก TIB Publishing > |
 |
| อัลบั้มภาพประกอบ |
 |
| ข่าว โรงแรม ร้านอาหารล่าสุด |
|